กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น 3 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000

055-961208 , 055-961204 , 055-961148 mekong_salween@nu.ac.th

บทความพิเศษชุด ตามรอยเวียงจันทน์ ณ หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ตอน แผนหลบหนีทหารฝรั่งเศส ของท่านไกสอน พมวิหาน

บทความพิเศษชุด ตามรอยเวียงจันทน์ ณ หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ตอน แผนหลบหนีทหารฝรั่งเศส ของท่านไกสอน พมวิหาน

1703605

      การเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติในอดีตไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้เล่าต้องมีความภาคภูมิใจและรักประเทศชาติเป็นอย่างมาก รวมไปถึงต้องใส่ใจที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์เหล่านั้นให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินและเห็นภาพตามไปด้วย ในตำราประวัติศาสตร์อาจเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่การที่จะทำให้ผู้ฟังจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ขึ้นใจ ผู้เล่าจึงต้องมีการ “ปรุงแต่งท่วงท่า อารมณ์ และคำพูด” เพื่อให้ได้อรรถรสและผู้ฟังจดจำได้มากยิ่งขึ้น

     คุณจินตนา ขันติวงศ์ ผู้บรรยายประจำพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ “ใส่ใจ” ในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์เช่นกัน ซึ่งน้ำเสียงในการเล่าชวนให้ผู้ฟังรู้สึกลุ้นระทึกตามเธอไปด้วย เธอเล่าเกี่ยวกับ วีรกรรมการหลบหนีทหารฝรั่งเศส ของท่านไกสอน พมวิหานให้ได้ฟังดังนี้

     เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๑ ท่านประธานไกสอน พมวิหาน ได้ถูกเชิญให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการเพื่อจัดตั้งกองกำลังประกอบอาวุธของลาว แล้วก็ได้ขึ้นไปเคลื่อนไหวอยู่ทางภาคเหนือของลาว ท่านมีความสามารถประชาสัมพันธ์และโฆษณาให้ประชาชนเข้ามาร่วมเป็นกองกำลังประกอบอาวุธของลาวได้จำนวนมากมาย ส่วนตัวท่านเองนั้นมักจะถูกเหล่าศัตรูตั้งรางวัลนำจับอยู่เรื่อย ๆ หากแต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าประชาชนลาวที่เป็นแนวร่วมอยู่เสมอ”

     คุณจินตนา ขันติวง ได้ยกเหตุการณ์สุดตื่นเต้นให้ฟังว่า

       “มีอยู่ครั้งหนึ่ง ประธานไกสอนได้นั่งปรึกษาหารืออยู่กับผู้เฒ่าคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าก๊กเจ้าเหล่าในภาคเหนือของลาว ในขณะนั้นเองก็มีชาวบ้านวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่า พวกฝรั่งเศสเข้ามาในหมู่บ้านนี้แล้วเพื่อมานำจับท่านไกสอน ท่านผู้เฒ่าจึงบอกให้ท่านไกสอนไปหาที่หลบ เมื่อได้ยินดังนั้น ท่านไกสอนจึงรีบหาวิธีหนีซึ่งได้ไปหลบอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้  ลักษณะเป็นเหมือนหีบใบใหญ่ ไม่นานพวกทหารฝรั่งเศสก็เข้ามาถามหาท่านไกสอน ท่านผู้เฒ่าได้ช่วยเหลือท่านไกสอนโดยการบอกปฏิเสธไปว่า ไม่เห็น ไม่รู้จัก และให้ไปหาที่อื่น แต่ทหารฝรั่งเศสไม่เชื่อและขอเข้าไปค้นด้านในเรือนของผู้เฒ่า แต่ก็ค้นไปไม่ถึงเพราะมีเขตหวงห้ามที่ ห้ามคนอื่นเข้านอกจากเจ้าของเรือนแต่เพียงผู้เดียว ทหารฝรั่งเศสจึงถอนกำลังจากเขตหวงห้าม แต่ก็ยังไม่วางใจนักจึงตั้งมั่นค้นหาในเรือนของท่านผู้เฒ่าต่อ

      หลังจากนั้นก็ได้มีการวางแผนเพื่อล่อให้ทหารฝรั่งเศสออกไปจากเรือนหลังนี้ จึงมีการต้อนรับขับสู้โดยนำอาหารมาให้รับประทานกันอย่างอิ่มหนำ อีกทั้งยังให้ดื่มเหล้าที่หมักดองไว้ในไหเพื่อให้ทหารฝรั่งเศสเมาจนไม่รู้เรื่อง พอเหล่าทหารฝรั่งเศสเมาแล้ว ท่านไกสอนก็ออกมาจากที่ซ่อนเขตหวงห้ามแล้วปลอมตัวเป็นคนเลี้ยงม้าในเรือนหลังนี้ โดยท่านผู้เฒ่าเจ้าของเรือนได้บอกให้ท่านไกสอนในบทบาทของคนเลี้ยงม้านำตะกร้ามาใส่หญ้าเพื่อนำไปเลี้ยงม้า เมื่อเดินผ่านกลุ่มทหารฝรั่งเศสที่นั่งดื่มเหล้ากันอยู่ก็ไม่มีใครคิดว่านั่นจะเป็นท่านไกสอน เพราะเหล่าทหารคิดว่าท่านไกสอนนั้นเป็นคนเก่งกล้าสามารถ มีวิชาอาคม ไม่คิดว่าจะเป็นคนเลี้ยงม้าไปได้ จึงทำให้ท่านไกสอนหนีรอดออกมาได้ในครั้งนั้น

     ถือได้ว่าเป็นวีรกรรมที่รอดจากการถูกจับอย่างหวุดหวิดของท่านไกสอน พมวิหาน เพราะหากท่านไม่ปลอมตัว ทหารฝรั่งเศสอาจค้นหาจนพบตัวท่านไกสอน และทำให้กองกำลังปฏิวัติเสียผู้นำที่สำคัญไป ดังนั้นเพื่อให้รอดจากเงื้อมมือผู้รุกราน ชาวบ้านทุกคนจึงให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี โดยการช่วยหลบหนีและปิดบังที่ซ่อน จนทำให้แผนการทวงคืนประเทศของลาวเป็นไปได้ด้วยดี และได้เป็นประเทศมาจนทุกวันนี้

     “การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเสียสละก็เปรียบกับเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้าย บางคนสงสัยว่าทำไปเพื่ออะไร คำตอบที่ได้ก็คือ เพื่อวันพรุ่งนี้จะยังคงอยู่ซึ่งชาติพันธุ์ของตนเอง ดังนั้นต่อให้ต้องสละชีวิตตนเองก็ต้องทำ”

เสาวลักษณ์ ภู่พงษ์
นักศึกษาฝึกงานสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม
๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ไกสอน_พมวิหาน
http://thailand.prd.go.th/1700/ewt/aseanthai/