กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น 3 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000

055-961208 , 055-961204 , 055-961148 mekong_salween@nu.ac.th

ประวัติความเป็นมา

กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

0106601

ความเป็นมา
     ตามประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง จัดตั้งและปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการและหน่วยงานภายในสำนักงานอธิการบดี (เพิ่มเติม) โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ให้เปลี่ยนสถานภาพ และชื่อคำเรียกหน่วยงาน จากสถาบันอารยธรรมศึกษาโขง – สาละวิน เป็นสถานอารยธรรมศึกษาโขง–สาละวิน และให้ย้ายไปสังกัดสำนักงานอธิการบดี โดยมีฐานะเทียบเท่ากองและให้แบ่งหน่วยงานภายในเป็น ๔ งาน ประกอบด้วย ๑. งานธุรการ ๒.งานวิจัยและสารสนเทศ ๓. งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๔. งานพิพิธภัณฑ์

    เมื่อคราวประชุมครั้งที่ ๒๐๗ (๕/๒๕๕๘) เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ให้ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารตามนโยบายของท่านอธิการบดี โดยผ่านสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารงานมีความชัดเจนและคล่องตัวในการขับเคลื่อนงาน ในทุกบริบท

    จึงได้มีประกาศสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร (สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน) บังคับใช้ประกาศตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ให้แบ่งส่วนงานภายใน ดังนี้ ๑.งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๒.งานวิจัยและสารสนเทศ โดยทำหน้าที่ศึกษาสืบค้น รวบรวม วิจัย พัฒนา รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกความมีตัวตนและอัตลักษณ์ให้กับคนในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในกลุ่มชุมชนชาติพันธุ์พื้นที่ลุ่มน้ำโขง-สาละวิน ๖ ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตลอดจนเผยแพร่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างเสริมเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ประสานสัมพันธ์กับหน่วยงานของภาครัฐบาล และเอกชน ทั้งภายในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ อย่างสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกที่เชื่อมโยงนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

     ต่อมาสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๒๓๗ (๑๒/๒๕๖๐) เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ ระเบียบวาระที่ ๖.๗ เรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยงานภายใต้สำนักงานอธิการบดี เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อจาก สถานอารยธรรมศึกษาโขงสาละวิน เป็น กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป โดยแยกเป็น ๒ งาน ๑ หน่วยได้แก่ ๑.งานบ่มเพาะและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๒.งานวิจัยสร้างสรรค์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม  ๓.หน่วยสนับสนุน 

ในเวลาต่อมามติสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ในการประชุมครั้งที่ ๒๖๓ (๗/๒๕๖๒) เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ได้ปรับโครงสร้างส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร สำนักงานอธการบดี กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เปลี่ยนเป็นหน่วยงานภายในกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  ดังนี้ ๑.งานศิลปวัฒนธรรม ๒.งานพัฒนานวัตศิลป์ ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นไป โดยนายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดำเนินงานตามพันธกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และประสานความร่วมมือด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
๒. เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
๓. เพื่อเป็นองค์กรที่เสริมสร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้เกิดความเข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของศิลปะและวัฒนธรรม

วิสัยทัศน์
เป็นองค์กรด้านการพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมสู่นวัตกรรมเพื่อสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

พันธกิจ
๑. ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน ประเพณี ภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรม
๒. จัดการความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาเป็นนวัตกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม พร้อมเผยแพร่ และเพิ่มมูลค่า
๓. บริหารและการจัดการความรู้ด้านทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ในรูปแบบการสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตบัณฑิต ผลงานวิจัย และการบริการวิชาการ

ค่านิยม (Value)
๑. เรียนรู้ – แลกเปลี่ยนทั้งภายในและภายนอก
๒. เสริมแรง – เพื่อการทำงานเป็นทีม
๓. แบ่งปัน – สู่การสร้างเครือข่ายทางศิลปะและวัฒนธรรม

สมรรถนะหลัก (core competencies) = NUKS
N= Network : พัฒนาเครือข่ายในระดับต่าง ๆ ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และนานาชาติ
U =Unit : หน่วยในการส่งเสริมด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย ชุมชนและโรงเรียน
K =Knowledge : การจัดการความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่มาจากรากฐานการวิจัย
S =System : มีระบบสืบค้น จัดเก็บ เผยแพร่ทั้งในรูปแบบวิชาการและสารคดี

นโยบายการบริหาร
๑. นโยบายด้านการบริหารจัดการ
๑.๑ ขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ให้มีการถ่ายทอดนำไปสู่การปฏิบัติ
๑.๒) บริหารงานบุคคลโดยใช้ระบบคุณธรรม สนับสนุนบุคลากรให้มีโอกาสพัฒนาตนเอง และดูแลสวัสดิการบุคลากรอย่างทั่วถึง
๑.๓) พัฒนาหน่วยงานให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาและได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษา
๑.๔) ส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงานและมหาวิทยาลัยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
๑.๕) พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่สนับสนุนการทำงานและตอบสนองต่อการพัฒนาองค์กร

๒. นโยบายด้านการเงินและงบประมาณ
๒.๑) มุ่งเน้นการบริหารการเงินและงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
๒.๒) มีการวางแผนการเบิกจ่ายประจำปีที่เป็นไปอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
๒.๓) มุ่งแสวงหาแหล่งเงินรายได้จากแหล่งอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินงบประมาณ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาหน่วยงาน

๓. นโยบายด้านวิจัย
๓.๑) พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้าน ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง
๓.๒) ส่งเสริมสนับสนุนการตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัยและใช้ประโยชน์
๓.๓) ส่งเสริมการทำวิจัยที่สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยเพื่อความเป็นเลิศ

๔. นโยบายด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
๔.๑) ส่งเสริม สืบสานภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรม
๔.๒) มุ่งเน้นการอนุรักษ์ ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของชาติและชุมชน ท้องถิ่น
๔.๓) ส่งเสริมให้บุคลากรเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม

๕. นโยบายด้านการบริการวิชาการ
๕.๑) ส่งเสริม สนับสนุนการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน โดยใช้การมีส่วนร่วมกับหน่วยงาน อื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
๕.๒) ส่งเสริม สนับสนุนการให้บริการทางวิชาการในรูปแบบที่หลากหลาย
๕.๓) มุ่งเน้นการบริการวิชาการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพแก่ชุมชนและสังคม