แนวคิด การพัฒนาผ้าทอ ๑๑ ลวดลายสะท้อนอัตลักษณ์เมืองพิษณุโลกในแบบสากล

แนวคิด การพัฒนาผ้าทอ ๑๑ ลวดลายสะท้อนอัตลักษณ์เมืองพิษณุโลกในแบบสากล
สู่นวัตกรรมผ้าทอนาโนเทคโนโลยีระดับครัวเรือน
ในการเสวนา “สืบสาน ส่งเสริมผ้าทอพื้นถิ่นเมืองสองแคว”

0310603

      เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๐ ณ ห้องแกรนด์คอนเวนชั่น โรงแรมรัตนาปาร์ค ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา “สืบสาน ส่งเสริมผ้าทอพื้นถิ่นเมืองสองแคว” ในงานแสดงแบบเสื้อและวิวัฒนาการผ้าทอ OTOP พิษณุโลก ร่วมกับนางณัฏฐิยาภรณ์ ศรีสุบรรณ์ พัฒนาการจังหวัดพิษณุโลก และนางสิงห์ จันทะคุณ ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้าบ้านนาเมือง ตำบลป่าแดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

0310604

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ได้เล่าถึงแนวคิด ทิศทาง อันเกิดจากการวิจัยด้านเนื้อผ้า ลวดลาย และเทรนด์ของโลก สู่การพัฒนาสร้างสรรค์เป็นผ้าทอเอกลักษณ์ประจำจังหวัดพิษณุโลก จำนวน ๑๑ ลวดลาย คือ ลายสร้อยสยาม, ลายดอกนนทรี, ลายมะม่วง, ลายจำปาขาว, ลายลานหินปุ่ม, ลายลูกยาง, ลายคลื่นน้ำ, ลายค้างคาว, ลายไก่, ลายปีบสองแคว และลายน้ำน่าน ที่มีความวิจิตรงดงาม โดดเด่น สะดุดตา และที่สำคัญคือสะท้อนอัตลักษณ์ตัวตนและภูมิปัญญาของชาวพิษณุโลก นอกจากนี้ผ้าทอทั้ง ๑๑ ลวดลายจากฝีมือการออกแบบของบุคลากรกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม การถักทอโดยกลุ่มทอผ้าทั้ง ๙ อำเภอในจังหวัดพิษณุโลก ยังบอกเล่าประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย

0310605
     ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศิน ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า“นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผ้าทอพื้นเมืองจากการทอเพื่อการใช้งานสู่ผ้าเชิงอุตสาหกรรม โดยการใช้นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือน ทำให้ผ้าทอมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ มด แมลง ที่สำคัญมีกลิ่นหอมของดอกปีบ ดอกจำปา ดอกนนทรี อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งนอกจาการนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าแล้ว ยังสามารถใช้ประกอบตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ วอลเปเปอร์”

     ทั้งนี้ภายในงานมีการแสดงแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บจาก ๑๑ ลวดลาย โดยนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ และบุคคลทั่วไป แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ผ้าทอฝีมือชุมชนให้มีความทันสมัย สวมใส่ได้ในทุกเพศ ทุกวัย ทุกโอกาส และสามารถก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างสง่างาม